เป็นที่ทราบกันดีว่าบ้านเรามีกฎหมายค่อนข้างเข้มงวดเกี่ยวกับการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ การมีกฎหมายคงไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่การที่ผู้คนพร้อมใจกันขมวดคิ้วใส่สิงห์อมควันที่สูบบุหรี่เป็นที่รำคาญของคนอื่น ทำให้กฎหมายได้ผลศักดิ์สิทธิ์ตามวัตถุประสงค์ เรียกว่าดีกว่ากฎหมายอื่นอีกหลายฉบับได้เลยล่ะ
ท่านผู้อ่านคงทราบว่าทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากบรรดาคุณหมอไฟแรงของเราที่พยายามรณรงค์ให้ลดการสูบบุหรี่ ทั้งในระดับประเทศและระดับระหว่างประเทศ โดยในช่วงปี 2543 -2548 ผู้แทนไทยมีบทบาทอย่างมากในการเจรจาอนุสัญญากรอบว่าด้วยการควบคุมยาสูบหรือ FCTC (Framework Convention on Tobacco Control) ที่องค์การอนามัยโลก นครเจนีวา ชนกับธุรกิจข้ามชาติสาขานี้ ว่ากันหมัดต่อหมัด จนประสบความสำเร็จกลายเป็นความตกลงระดับโลกด้านสุขภาพฉบับแรก มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี 2548ทำให้หลายๆ ประเทศพากันออกมาตรการควบคุมการสูบบุหรี่กันเป็นการใหญ่ รวมทั้งไทยด้วย อย่างไรก็ดี อีกหลายประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีนครเจนีวาเป็นที่ตั้งขององค์การอนามัยโลกแท้ๆ ยังไม่เข้าเป็นภาคี FCTC และจนทุกวันนี้ สิงห์อมควันชาวสวิสก็ยังคงพ่นควันกันควันโขมงในร้านอาหาร ผับ คลับ บาร์ แต่ก็เป็นสิทธิที่ประเทศเขาเลือกทำครับ คนเราต่างจิตต่างใจกันได้ ถึงกระนั้นก็ตาม เรียกได้ว่า FTCT ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จ เพราะแม้แต่สหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ได้เป็นภาคีเนื่องจากแรงคัดค้านจากบริษัทบุหรี่อเมริกันที่เกรงจะเสียผลประโยชน์มากกว่าครึ่งของมลรัฐทั้งหมด 50 มลรัฐของสหรัฐฯ รวมทั้งแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์ก ได้ออกมาตรการจำกัดการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ไม่ต่างจากที่ภาคี FTCT ต้องทำนัก
มีข้อเสนอเรื่องการลงโทษและดำเนินคดีอย่างเข้มงวด - ผู้อยู่ในวงการค้าบุหรี่เถื่อนพึงระวัง ตามข้อเสนอเหล่านี้ ในอนาคต การค้ายาสูบผิดกฎหมาย ไม่ว่าผู้กระทำความผิดจะหนีไปที่ไหน รัฐต่าง ๆ ก็จะมีกลไกที่จะตามตัวมาลงโทษจนได้ ทำนองการส่งผู้ร้ายข้ามแดนในกรณีอดีตนาซีที่ไปหลบอยู่รัฐโอไฮโอ ผู้ซึ่งสหรัฐฯ เพิ่งส่งกลับไปดำเนินคดีที่เยอรมนีตามข่าวเมื่อไม่นานมานี้ ไม่ใช่ว่าทุกฝ่ายเห็นด้วย การเจรจายังไม่จบ แต่การที่มีคนเสนอให้มีมาตรการเช่นนี้เพื่อปราบปรามการค้าบุหรี่เถื่อน สะท้อนให้เห็นอะไรหลายอย่างครับ อย่างแรกคืออุตสาหกรรมบุหรี่ โดยเฉพาะบริษัทบุหรี่อเมริกัน มีภาพลักษณ์ที่แย่มากในสายตาสาธารณชน และแทบจะถูกจัดให้เป็น "public enemy" ไปโดยปริยาย ทั้งนี้ก็สืบเนื่องมาจากพฤติกรรมทางธุรกิจในอดีต เช่น การซ่อนผลกระทบต่อสุขภาพของการสูบบุหรี่ไว้เป็นเวลานาน รวมถึงความพยายามบิดเบือนผลการวิจัยทางการแพทย์ที่ชี้ให้เห็นภัยของบุหรี่ ต่างๆ นานา ดังนั้นจึงหาพันธมิตรมาเห็นใจได้ยากยิ่ง และถูกมองอย่างเคลือบแคลงสงสัยไม่ว่าจะทำอะไร
อย่างไรก็ดี บางฝ่ายมองว่ามาตรการควบคุมการสูบบุหรี่บางอย่างน่าจะถือได้ว่าเป็นอุปสรรคทางการค้า อาทิ การห้ามโฆษณา การห้ามขายบุหรี่ในร้านค้าปลอดภาษี เป็นต้น ในขณะที่ฝ่ายที่มุ่งมั่นกับการประกาศสงครามต่อต้านบุหรี่ก็เดินหน้าต่อด้วย "แผนสอง" คือ การจัดการขั้นเด็ดขาดกับพวกค้า "บุหรี่เถื่อน"
ท่านผู้อ่านคงเคยเห็นหรือได้ยินมาบ้างว่า มีการขายบุหรี่หนีภาษีตามทางเท้าในบ้านเรา ซึ่งมีราคาถูกกว่าบุหรี่ถูกกฎหมาย เนื่องจากเลี่ยงทั้งอากรศุลกากรและภาษีสรรพสามิต บ้านเราภาษีอาจไม่สูงนัก ถึงจะเก็บภาษีจนเต็มเพดานแล้วอย่างในตอนนี้ก็เถอะ ราคาก็ยังไม่แพงเท่าบุหรี่ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งเก็บภาษีหนักมาก และบุหรี่หนีภาษีทำให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาล อีกทั้งยังทำให้มาตรการด้านนโยบายลดการบริโภคบุหรี่ด้วยการเก็บภาษีใช้ไม่ได้ผล นักสาธารณสุขจึงเป็นเดือดเป็นแค้นกับขบวนการบุหรี่เถื่อนเป็นอันมาก นี่ยังไม่นับเหตุผลอื่นที่สำคัญอีก เช่น การค้าบุหรี่เถื่อนเป็นช่องทางการฟอกเงินทางหนึ่ง
ผู้ร้ายรายใหญ่ก็ไม่พ้นบริษัทบุหรี่จากชาติมหาอำนาจอินทรีล่ะครับ โดยข้อกล่าวหาก็คือ จงใจปล่อยปละละเลยให้บุหรี่จำนวนมากที่ตนผลิตตกไปอยู่ในมือคนที่รู้ทั้งรู้ว่าเขาจะนำเข้าไปขายที่ยุโรปแบบหนีภาษี เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาสหภาพยุโรปจึงเริ่มปราบปรามบุหรี่เถื่อนจริงจังขึ้นเรื่อยๆ และขณะนี้การปราบปรามก็เริ่มจะขยายวงกว้างขึ้นไปสู่ระดับสากล โดยจะเป็นการจับมือกันระหว่างภาคศุลกากรกับภาคสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซึ่งได้หยิบยกเรื่องการค้าบุหรี่อย่างผิดกฎหมายขึ้นภายใต้ FCTC โดยจะมีการเจรจาจัดทำพิธีสารเพื่อการปราบปรามการกระทำดังกล่าวเร็วๆ นี้
ข้อเสนอให้มีกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศที่เข้มงวดมากๆ ดูจะเป็นอาการหนึ่งของความเก็บกด หรือ "frustration" ของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีรัฐบาลที่ไม่มีความจริงจังในการจัดการกับปัญหาในบ้านตนเอง รวมถึงปัญหาด้านสาธารณสุข โดยประเทศเหล่านี้มีปัญหาเฉพาะหน้ามากมายอยู่แล้วให้จัดการ และเรื่องบุหรี่เถื่อนอาจถูกจัดเป็นเรื่องรอง แถมบริษัทบุหรี่ข้ามชาติที่ทรงอำนาจคอยส่งเสริมการค้าหนีภาษีอยู่อย่างลับๆ รัฐบาลประเทศเล็กๆ จะไปทำอะไรไหว ผลก็คืออาการเหล่านี้มาปรากฏในท่าทีการเจรจาระหว่างประเทศ โดยประเทศเหล่านี้เชื่อว่าจะสามารถใช้นำกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศที่เข้มงวดไปผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศได้ ง่ายกว่ารอให้นักการเมืองของตนหันมาสนใจจัดการกับปัญหา
ความเป็นไปในโลกเรา บางทีก็เป็นเรื่องน่าเศร้าแต่มันก็เป็นความเป็นจริงของชีวิตใช่ไหมครับ
คำถาม
1.FCTC (Framework Convention on Tobacco Control)คืออะไร
2.สิ่งใดที่มีความสำคัญในการส่งเสริมกฏหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะให้ได้ผลมากขึ้น
3.เมื่อได้อ่านบทความนี้ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อธุรกิจกับบุหรี่
โดย นายวรเชษฐ์ ฉัตรอุดมกุล ID:5001103139
ที่มา
การค้ากับควันบุหรี่ จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2446 23 ก.ค. - 25 ก.ค. 2552
http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=T0623653&issue=2446
การค้ากับควันบุหรี่ ภาค 2จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2449 02 ส.ค. - 05 ส.ค. 2552
http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=T0624493&issue=2449
วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น