วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

รอบรู้เรื่องข้อสอบ TOEFL เเละ GMAT

Test of English as a Foreign Language (TOEFL - iBT)
TOEFL คือแบบทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติเพื่อวัดความเข้าใจภาษาอังกฤษ

ปัจจุบันการสอบ TOEFL ได้เปลี่ยนมาใช้การสอบด้วยระบบอินเตอร์เน็ท TOEFL Internet-Based Test (TOEFL iBT) แทนการทดสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Computer - Based Test) และระบบกระดาษดินสอ (Paper - Based Test) โดยเชื่อว่าวิธีนี้จะสามารถวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษของผู้สอบได้ถูกต้องใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่าการสอบแบบเดิม

การสอบ TOEFL iBTแบบใหม่นี้จะประกอบด้วยการทดสอบ 4 ส่วนคือ การพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน โดยที่แบบทดสอบจะช่วยให้นักเรียนได้แสดงความสามารถและทักษะทางด้านภาษาอังกฤษในด้านต่างๆ นอกจากนี้การทดสอบ TOEFL iBT ยังเน้นการบูรณาการหรือผสมผสานทักษะภาษาอังกฤษในด้านต่างๆ ทั้ง 4 ส่วนเข้าด้วยกัน โดยในข้อเดียวกันนี้จะต้องใช้ทุกทักษะในการแก้ปัญหา

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการสอบ TOEFL Internet-Based Test (TOEFL iBT) แบบใหม่

จะมีการสอบพูด (Speaking Section) โดยจะมีคำถามเปิดเพื่อให้ผู้สอบพูดจำนวน 6 คำถาม ผู้ทำการสอบจะต้องพูดผ่านไมโครโฟน ซึ่งจะมีการบันทึกเสียงและให้คะแนน
จะเพิ่มการเขียนเรียงความอีกหนึ่งหัวข้อภายในระยะเวลา 20 นาที จากปัจจุบันที่มีการเขียนเรียงความตามหัวข้อที่กำหนดให้ จำนวนหนึ่งหัวข้อ ภายในระยะเวลา 30 นาที
นอกเหนือจากคำถามที่เน้นเกี่ยวกับการอ่าน การฟัง การพูด และการเขียน ข้อสอบใหม่จะมีการบูรณาการทั้ง 4 ส่วนเข้าด้วยกัน โดยในข้อเดียวกันนี้จะต้องใช้ทุกทักษะ ในการแก้ปัญหา
การสอบแบบใหม่จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งนานขึ้นกว่าการสอบแบบเดิมประมาณ 1 ชั่วโมง
ระบบคะแนนจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยผู้สอบจะได้รับผลคะแนนทั้ง 4 ส่วน คือ การอ่าน การฟัง การพูด และการเขียน พร้อมๆ กับผลคะแนนโดยรวม

การสอบในแต่ละส่วนประกอบด้วย

1.การฟัง (Listening) ประกอบด้วย 6 บทสนทนา ซึ่งแต่ละอันจะมีคำถามแบบปรนัย (Multiple Choices) จำนวน 5 - 6 คำถาม

2.การอ่าน (Reading) มีบทความจำนวน 3 บทความ ซึ่งแต่ละบทความจะมีคำถามแบบปรนัย (Multiple Choices) จำนวน 12 - 14 คำถาม

3.การพูด (Speaking) ประกอบด้วยคำถามเปิดจำนวน 6 คำถาม
- 2 คำถามแรก ผู้สอบจะต้องตอบแบบทันที โดยแต่ละคำถามจะใช้เวลา 45 วินาที (รวม 1 นาที 30 วินาที)
- 2 คำถามต่อมา ผู้สอบจะต้องอ่านบทความสั้นๆ แล้วฟังบทสนทนาที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะต้องตอบคำถาม โดยในแต่ละข้อจะให้เวลาพูด 60 วินาที (รวม 2 นาที)
- 2 คำถามสุดท้าย ผู้สอบจะต้องฟังบทสนทนา ก่อนที่จะตอบคำถาม โดยในแต่ละข้อจะให้เวลาพูด 60 วินาที (รวม 2 นาที)
4.การเขียน (Writing) ประกอบด้วยการเขียนเรียงความ 2 หัวข้อ
- การเขียนเรียงความอันแรก ผู้สอบจะต้องอ่านบทความ หลังจากนั้นจะได้ฟังบทสนทนาเกี่ยวกับบทความนั้น แล้วจึงเขียนเรียงความจำนวน 2 ย่อหน้า ภายในระยะเวลา 20 นาที
- การเขียนเรียงความตามหัวข้อที่กำหนดให้ ภายในระยะเวลา 30 นาที



Graduate Management Admission Test (GMAT)

GMAT หรือ Graduate Management Admission Test เป็นข้อสอบที่ใช้วัดความสามารถของผู้ที่ต้องการเข้าศึกษา ในระดับบัณฑิตศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ใช้คะแนน GMAT ในการพิจารณารับนักศึกษา

ลักษณะของข้อสอบ

เป็นการวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ รวมทั้งความถนัดของการเขียนในเชิงวิเคราะห์ ซึ่งเป็นความสามารถ ที่นักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาด้านบริหารธุรกิจควรจะมี ข้อสอบเป็นแบบปรนัย แบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกันคือ Quantitative และ Verbal และมีส่วนการเขียนความเรียงที่เรียกว่า Analytical Writing Assessment (AWA)

Quantitative Section

มี 37 คำถาม ใช้เวลา 75 นาที
คำถาม Problem Solving ~ 24 คำถาม
คำถาม Data Sufficiency ~ 13 คำถาม

Verbal Section

มี 41 คำถาม ใช้เวลา 75 นาที
คำถาม Reading Comprehension ~14 คำถาม
คำถาม Critical Reasoning ~14 คำถาม
คำถาม Sentence Correction ~13 คำถาม

Essay คำถาม (Analytical Writing Assessment)

จะเริ่มต้นด้วย AWA สองคำถาม ในแต่ละส่วนจะมีเวลาทำ 30 นาที ในการพิมพ์ความเรียงในคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมเวิร์ดอย่างง่าย เรียงความแต่ละส่วนนั้นจะมีการเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วในขณะที่ อีกสองส่วนนั้นไม่ได้เรียงลำดับก่อนหลังเอาไว้

การคิดคะแนนของ GMAT

จะมีการติดลบ 1 ใน 4 สำหรับข้อที่เลือกผิดทุกข้อ และการรายงานผลจะรายงานคะแนน 3 ครั้งล่าสุด มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจะพิจารณาเฉพาะผลคะแนนครั้งที่ดีที่สุด แต่บางแห่งอาจจะพิจารณาคะแนนเฉลี่ยของ ทั้ง 3 ครั้ง ในคณะที่มหาวิทยาลัยบางแห่ง อาจจะพิจารณาจากพัฒนาการของนักศึกษาจากผลที่ได้แต่ละครั้ง คะแนน GMAT จะอยู่ระหว่าง200 - 800 คะแนน ส่วนใหญ่นักศึกษาจะทำได้ประมาณ 250-700 ในส่วนการเขียนเชิงวิเคราะห์ จะมีคะแนนในช่วง 0 - 6 ผู้ที่ไม่ทำข้อสอบทั้ง 2 ชุด คือทั้งการเขียนบทความ และการทำข้อสอบปรนัย จะไม่ได้รับผลคะแนน เนื่องจากถือว่าทำข้อสอบไม่สมบูรณ์ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ การสอบ GMAT ในประเทศไทยให้เป็นแบบการสอบกับคอมพิวเตอร์

คะแนน GMAT กับ Business Schools

คะแนน GMAT ที่ผู้สอบจะได้รับ จะมีแบ่งเป็นส่วนๆ ดังต่อไปนี้
- Quantitative ระดับคะแนน อยู่ในช่วง 0 ถึง 60
- Verbal ระดับคะแนนอยู่ในช่วง 0 ถึง 60
- Overall ระดับคะแนนอยู่ในช่วง 200 ถึง 800 ซึ่งเป็นคะแนนหลังจากนำสองส่วนแรกมารวมกันแล้วนำมาเทียบให้อยู่ในช่วงคะแนน สองร้อยถึงแปดร้อย
- Analytical Writing Assessment ระดับคะแนน อยู่ในช่วง 0 ถึง 6 โดยจะเป็นคะแนนแยกจากสองส่วนแรก ส่วนนี้สำคัญน้อยกว่าสองส่วนแรก

การเรียน MBA ในมหาวิทยาลัยดังๆ ส่วนใหญ่ก็หมายถึงการที่จบมาแล้วได้u3591 งานทำดีๆ เงินเดือนมาก ฉะนั้นการแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยดังจึงค่อนข้างสูง ฉะนั้นผล GMAT ที่จะใช้เพื่อให้ได้รับการตอบรับเข้าเรียน ก็สูงตามไปอย่างช่วยไม่ได้ ตารางข้างล่างเป็นคะแนนโดยเฉลี่ยของผู้ที่จะเข้าเรียน MBA ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

มหาวิทยาลัย คะแนน
Stanford University 730
Cornell University 670
Georgetown University 655
University of Pittsburgh 620



-คำถาม
1.การสอบTOEFL คืออะไร
2.การสอบ TOEFL iBTแบบใหม่นี้จะประกอบด้วยการทดสอบ กี่ส่วนอะไรบ้าง
3.การสอบ GMATคือ
4.การสอบGMAT มีลักษณะข้อสอบเป็นอย่างไรเเล้วเเบ่งเป็นกี่ส่วนมีอะไรบ้าง



โดย นางสาว อรวรรณ ตั้งบัณฑิต ID5001203041
ที่มา http://www.gointerclub.com/index.php?area=1&p=static&page=gmat
http://www.gointerclub.com/index.php?area=1&p=static&page=toefl

2 ความคิดเห็น:

  1. 1. TOEFL คือแบบทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติเพื่อวัดความเข้าใจภาษาอังกฤษ

    2.TOEFL iBTแบบใหม่นี้จะประกอบด้วยการทดสอบ 4 ส่วนคือ การพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน

    3. GMAT หรือ Graduate Management Admission Test คือ ข้อสอบที่ใช้วัดความสามารถของผู้ที่ต้องการเข้าศึกษา ในระดับบัณฑิตศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ

    4.เป็นการวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ รวมทั้งความถนัดของการเขียนในเชิงวิเคราะห์ ที่ศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาด้านบริหารธุรกิจ ข้อสอบเป็นแบบปรนัย แบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ Quantitative และ Verbal และมีส่วนการเขียนความเรียงที่เรียกว่า Analytical Writing Assessment (AWA)


    >> นายโอฬาร กาญจนเสถียร ID:5001103153 C2/1

    ตอบลบ
  2. 1. TOEFL คือแบบทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติเพื่อวัดความเข้าใจภาษาอังกฤษ

    2.TOEFL iBTแบบใหม่นี้จะประกอบด้วยการทดสอบ 4 ส่วนคือ การพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน

    3. GMAT หรือ Graduate Management Admission Test คือ ข้อสอบที่ใช้วัดความสามารถของผู้ที่ต้องการเข้าศึกษา ในระดับบัณฑิตศึกษาสาขาบริหารธุรกิจ

    4.เป็นการวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ รวมทั้งความถนัดของการเขียนในเชิงวิเคราะห์ ที่ศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาด้านบริหารธุรกิจ ข้อสอบเป็นแบบปรนัย แบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ Quantitative และ Verbal และมีส่วนการเขียนความเรียงที่เรียกว่า Analytical Writing Assessment (AWA)


    นางสาว สุจิตตรา โนพันธ์ 5001203034 c 2/2

    ตอบลบ